แนวปฏิบัติสำหรับการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างในการทำวิจัย ความสำคัญของการคำนวณขนาดตัวอย่าง           การมีระเบียบวิธีวิจัยที่ถูกต้องสามารถลดอคติ (Systematic error) เกิดขึ้นจากกระบวนการวิจัยและส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ การคำนวณหาขนาดตัวอย่างเป็นขั้นตอนที่สำคัญในระเบียบวิธีวิจัยเพื่อให้ได้มาของขนาดตัวอย่าง (Sample size) ที่เหมาะสมและเพียงพอ กลุ่มตัวอย่าง หมายถึงกลุ่มคน เหตุการณ์ หรือสิ่งที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา สำหรับการวิจัยทางสาธารณสุขกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คือ ประชาชน กลุ่มผู้ป่วย หรือผู้รับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข และได้รับคัดเลือกด้วยวิธีการที่เหมาะสมจากกลุ่มประชากร (Population of the study) เพื่อเป็นตัวแทน (Representative) หรือเพื่ออ้างอิง (Generalization) สู่ประชากรที่ศึกษา โดยทั่วไปการคำนวณหาขนาดตัวอย่างมีความสำคัญในทุกรูปแบบการศึกษาวิจัย ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างเป็นตัวสะท้อนถึงลักษณะของประชากร โดยเป็นการอ้างอิง(Generalization)สู่กลุ่มประชากรที่ทำการศึกษา การศึกษารูปแบบเชิงพรรณนา ผลการศึกษาที่ได้จากกลุ่มตัวอย่างมักเป็นการประมาณค่า และเป็นค่าที่ดีที่สุดสำหรับกลุ่มประชากรที่ทำการศึกษา โดยนำเสนอผลการศึกษาในลักษณะของอัตราความชุก อุบัติการณ์ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การพิจารณาการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่าง           การคำนวณหาขนาดกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญในระเบียบวิธีวิจัย ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและอคติที่อาจเกิดขึ้น การคำนวณหาขนาดกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมและเพียงพอ ช่วยให้ผู้วิจัยสามารถเตรียมการ วางแผนและจัดการในขั้นตอนของการเก็บรวบรวมข้อมูลได้เป็นอย่างดี หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาสำหรับการคำนวณหาขนาดกลุ่มตัวอย่างมีดังนี้ ระดับความเชื่อมั่น (Confidence level ) จากพื้นฐานทางทฤษฎีแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง (Central limit theorem) …
แนวปฏิบัติในการนำระบบกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาไปใช้ในการพัฒนากิจกรรมนักศึกษา นิสิตนักศึกษาสามารถมีส่วนร่วมในการประกันคุณภาพตามภารกิจต่างๆของสถาบันอุดมศึกษาและในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ดังนี้ ด้านการเรียนการสอน นิสิตนักศึกษาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอน การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยการริเริ่มวางแผนการเรียนรู้ของตนเอง กำกับการดำเนินการตามแผน ประเมินผลการเรียนรู้ของตนเองและร่วมทำงานกับอาจารย์ บุคลากรสายสนับสนุน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของตนเองนำความรู้ด้านประกันคุณภาพการศึกษาที่มีอยู่ไปใช้ในการจัดกิจกรรม ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน การให้บริการต่างๆแก่ชุมชนและสังคม และนิสิตนักศึกษาควรมีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้านต่างๆแก่ชุมชนและสังคม และนิสิตนักศึกษาควรมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้านต่างๆของสถาบันเพื่อเป็นการเรียนรู้และฝึกฝนตนเอง เป็นการส่งเสริมการเรียนการสอนกิจกรรมดังกล่าว ได้แก่ กิจกรรมส่วนกลาง (องค์การนิสิตนักศึกษาหรือสโมสรนักศึกษา) กิจกรรมวิชาการ (ชมรมหรือชุมนุมทางวิชาการ เช่น ชมรมภาษาอังกฤษ ชมรมคอมพิวเตอร์) กิจกรรมกีฬา (ชมรมกีฬาประเภทต่างๆ เช่น ชมรมฟุตบอล ชมรมกรีฑา) กิจกรรมศิลปะและวัฒนธรรม(ชมรมที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและวัฒนธรรม เช่น ชมรมดนตรีไทย ชมรมดนตรีสากล ชมรมศาสตร์สัมพันธ์) กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ (ชมรมกิจกรรมเพื่อการช่วยเหลือสังคม เช่น ชมรมค่ายอาสาพัฒนา ชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) กิจกรรมนันทนาการ (การสร้างสรรค์ การออกกำลังกาย การเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ การเล่นกีฬา) สามารถนำความรู้ด้านการประกันคุณภาพการศึกษาไปสู่การทำกิจกรรมนิสิตนักศึกษาในแต่ละประเภทซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักศึกษาและสถาบันอุดมศึกษา ตัวบ่งชี้ที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมของนิสิตนักศึกษามีจำนวน 9 ตัวบ่งชี้ โดยนิสิตนักศึกษาจะมีบทบาทในการดำเนินการในแต่ละตัวบ่งชี้ ตามตารางดังนี้ ตารางที่ 3บทบาทนิสิตนักศึกษากับการประกันคุณภาพการศึกษาในภารกิจด้านการเรียนการสอน ตัวบ่งชี้ ตัวอย่างการแสดงบทบาทของนิสิตนักศึกษา 2.1 …
การทดทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ Systematic Literature Review  >>คลิกอ่านรายละเอียด<<
การจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็น Active Learner โดยใช้สถานการณ์จำลอง(Simulation) โดยใช้ SimMan >>รายละเอียดคลิก<<
การจัดการความรู้รายกรณีผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง  >>คลิกอ่านรายละเอียด<<
PAGE TOP